Category Archives: บทความน่ารู้

FDA รับรองเลนส์ Avulux นวัตกรรมใหม่สำหรับบรรเทาอาการไวแสงจากไมเกรนและลดอาการตาล้า

FDA รับรองเลนส์ Avulux นวัตกรรมใหม่สำหรับบรรเทาอาการไวแสงจากไมเกรนและลดอาการตาล้า เมื่อพูดถึงอาการไวแสง (Photophobia) ที่มักมาพร้อมกับโรคไมเกรน หลายคนคงทราบดีว่ามันส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตได้มากเพียงใด ไม่ว่าจะเป็นการทำงานหน้าจอ การขับรถ หรือแม้แต่การใช้ชีวิตประจำวันกลางแสงธรรมชาติ ล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA) ได้ออกการรับรองให้กับ เลนส์ Avulux ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของนวัตกรรมด้านสุขภาพดวงตาและการจัดการโรคไมเกรนในยุคดิจิทัล Key Takeaway FDA รับรองแบบ De Novo ให้กับเลนส์คอนแทคนิ่ม Avulux สำหรับบรรเทาอาการไวแสงจากไมเกรน เลนส์ใช้ เทคโนโลยีฟิลเตอร์สเปกตรัมแสง เพื่อลดการกระตุ้น Trigeminal Nerve ต้นเหตุของความเจ็บปวดจากแสงในผู้ป่วยไมเกรน เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุ 12 ปีขึ้นไป และสามารถหาซื้อได้โดยไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์ (Over-the-Counter) นอกจากช่วยเรื่องไมเกรน ยังช่วย ลดอาการตาล้าจากหน้าจอดิจิทัล ได้อีกด้วย เปิดโอกาสให้นักออปโตเมทริสต์มีทางเลือกในการดูแลผู้ป่วยได้มากขึ้น FDA De Novo คืออะไร และทำไมถึงสำคัญ? 🏛️ การรับรองแบบ De Novo ของ FDA เป็นกระบวนการอนุมัติสำหรับอุปกรณ์ทางการแพทย์ประเภทใหม่ที่ยังไม่มีผลิตภัณฑ์เทียบเคียงในตลาดมาก่อน […]

เลนส์ Aspherical Lenslets (Stellest) ชะลอสายตาสั้นในเด็กได้จริงหรือ? ผลการศึกษาล่าสุดที่ผู้ปกครองควรรู้

เลนส์ Aspherical Lenslets (Stellest) ชะลอสายตาสั้นในเด็กได้จริงหรือ? ผลการศึกษาล่าสุดที่ผู้ปกครองควรรู้ ปัญหาสายตาสั้นในเด็กและวัยรุ่นกำลังกลายเป็นวิกฤตด้านสุขภาพดวงตาระดับโลก โดยเฉพาะในยุคที่เด็กใช้เวลากับหน้าจอดิจิทัลมากขึ้นเรื่อย ๆ คำถามที่ผู้ปกครองและผู้เชี่ยวชาญด้านทัศนมาตรศาสตร์ต่างตั้งขึ้นคือ มีวิธีใดที่สามารถ ชะลอการลุกลามของสายตาสั้น ได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ? การศึกษาล่าสุดที่ตีพิมพ์ใน Optometry Times เกี่ยวกับ เลนส์ aspherical lenslets หรือที่รู้จักในชื่อ Stellest กำลังให้คำตอบที่น่าสนใจอย่างยิ่ง Key Takeaway เลนส์ Stellest (aspherical lenslets) สามารถชะลอการเพิ่มขึ้นของสายตาสั้นในเด็กอายุ 6–14 ปี ได้ถึง 50% เมื่อเทียบกับเลนส์ปกติ การศึกษาแบบ Randomized Controlled Trial ติดตามผล 24 เดือน กับกลุ่มตัวอย่าง 1,200 คน ไม่พบผลเสียต่อคุณภาพการมองเห็นหรือคุณภาพชีวิตของเด็กที่สวมใส่ เลนส์ชนิดนี้สามารถใช้ร่วมกับวิธีการจัดการสายตาสั้น (myopia management) แบบอื่น ๆ ได้ ยังมีข้อจำกัดด้านระยะเวลาการศึกษาและปัจจัยสิ่งแวดล้อมที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม สายตาสั้นในเด็ก: ทำไมถึงน่าเป็นห่วง? […]

การจัดการภาวะสายตาสั้นในเด็กแบบเฉพาะบุคคล โดย ดร. โนฮา เอกดาวี

การจัดการภาวะสายตาสั้นในเด็กแบบเฉพาะบุคคล โดย ดร. โนฮา เอกดาวี ในยุคดิจิทัลที่เด็กๆ ต้องใช้เวลาอยู่กับหน้าจอแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟนมากขึ้น ปัญหาสายตาสั้นในเด็ก (Childhood Myopia) จึงกลายเป็นวิกฤตด้านสุขภาพสายตาที่พบบ่อยขึ้นทั่วโลก อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหานี้ไม่ใช่เพียงแค่การตัดแว่นให้มองเห็นชัดเท่านั้น แต่คือการ “ชะลอ” การเพิ่มขึ้นของสายตาสั้นเพื่อป้องกันโรคตาที่รุนแรงในอนาคต บทความนี้จะนำเสนอแนวคิดของ ดร. โนฮา เอกดาวี ผู้เชี่ยวชาญที่เน้นย้ำว่า เด็กแต่ละคนมีปัจจัยที่แตกต่างกัน การรักษาจึงต้องออกแบบให้เหมาะสมกับรายบุคคลเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด Key Takeaway: สรุปใจความสำคัญ สายตาสั้นในเด็กไม่ใช่โรคที่เหมือนกันทุกคน การรักษาแบบ “One-Size-Fits-All” จึงไม่ได้ผลดีที่สุด ปัจจัยกำหนดความรุนแรงประกอบด้วย พันธุกรรม สิ่งแวดล้อม และโครงสร้างทางกายภาพของลูกตา กลยุทธ์การจัดการแบบเฉพาะบุคคล (Individualized Management) ผสมผสานทั้งการใช้ยา เลนส์พิเศษ และการปรับพฤติกรรม เป้าหมายสูงสุดคือการลดความยาวของลูกตา (Axial Length) เพื่อลดความเสี่ยงต้อหิน จอประสาทตาหลุดลอก และจุดรับภาพเสื่อมในตอนโต ทำไมสายตาสั้นในเด็กแต่ละคนถึงไม่เหมือนกัน 👁️ ดร. โนฮา เอกดาวี ชี้ให้เห็นว่า “ไม่ใช่สายตาสั้นทุกรายที่จะเหมือนกัน” แม้เด็กสองคนจะมีค่าสายตา -2.00 […]

Bausch + Lomb เปิดตัวนวัตกรรมการรักษาโรคตาแห้งและอาการปวดผิวตาด้วยยาหยอดตาแบบ Dual-Action และสารต้าน TRPV1 (BL1332)

Bausch + Lomb เปิดตัวนวัตกรรมการรักษาโรคตาแห้งและอาการปวดผิวตาด้วยยาหยอดตาแบบ Dual-Action และสารต้าน TRPV1 (BL1332) Bausch + Lomb (B+L) หนึ่งในบริษัทด้านสุขภาพดวงตาชั้นนำของโลก ประกาศความก้าวหน้าครั้งสำคัญในวงการจักษุวิทยา ด้วยการเปิดเผยผลการทดลองทางคลินิกของนวัตกรรมการรักษา 2 ประเภท ได้แก่ ยาหยอดตาสูตรผสมแบบ dual-action และสารต้าน TRPV1 ชื่อว่า BL1332 ซึ่งทั้งสองนวัตกรรมนี้มีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงแนวทางการดูแลรักษาโรคตาแห้งและอาการปวดผิวตาอย่างมีนัยสำคัญ 🔑 Key Takeaway ยาหยอดตา dual-action รวมสาร lifitegrast และ perfluorohexyloctane (PFHO) ให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการใช้ lifitegrast เพียงอย่างเดียวในการรักษาโรคตาแห้ง BL1332 คือสารต้าน TRPV1 ตัวแรกของโลกที่ออกแบบมาเพื่อบรรเทาอาการปวดบนผิวตาโดยเฉพาะ โดยสามารถลดอาการปวดได้เฉลี่ยถึง 45% ทั้งสองนวัตกรรมอยู่ระหว่างการยื่นขออนุมัติจาก FDA และ EMA โดยคาดว่าจะได้รับการอนุมัติภายในปี 2027 ความก้าวหน้านี้จะส่งผลต่อแนวทางการรักษา การฝึกอบรมผู้เชี่ยวชาญด้าน Optometry และนโยบายประกันสุขภาพในอนาคต โรคตาแห้งและอาการปวดผิวตา: […]

FDA อนุมัติยา Lytenava รักษาโรคจอประสาทตาเสื่อมแบบเปียก (Wet AMD) และผลกระทบต่อคลินิกออปโตเมทรี

FDA อนุมัติยา Lytenava รักษาโรคจอประสาทตาเสื่อมแบบเปียก (Wet AMD) และผลกระทบต่อคลินิกออปโตเมทรี การอนุมัติยา Lytenava (faricimab) โดย FDA เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2026 ถือเป็นก้าวสำคัญในวงการรักษาโรคจอประสาทตาเสื่อมแบบเปียก (neovascular age-related macular degeneration หรือ nAMD) ที่ส่งผลโดยตรงต่อทั้งผู้ป่วย จักษุแพทย์ และออปโตเมทริสต์ทั่วโลก การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่เพียงแต่เปิดทางให้เข้าถึงยาผ่านระบบประกันสุขภาพได้อย่างเป็นทางการ แต่ยังกระตุ้นให้คลินิกออปโตเมทรีต้องปรับโปรโตคอลการรักษาและพัฒนาศักยภาพบุคลากรอย่างจริงจัง Key Takeaway FDA อนุมัติ Lytenava (faricimab) อย่างเป็นทางการสำหรับ wet AMD เมื่อ 21 สิงหาคม 2026 ยาสามารถฉีดได้ ทุก 16 สัปดาห์ ลดความถี่ในการเข้าคลินิกของผู้ป่วยอย่างมีนัยสำคัญ คลินิกออปโตเมทรีต้อง ปรับโปรโตคอลการรักษา และฝึกอบรมบุคลากรเกี่ยวกับกลไก VEGF-A และ Ang-2 ออปโตเมทริสต์มีบทบาทสำคัญใน การคัดกรอง ให้คำปรึกษา […]

โอเมก้า-3 ทางปาก กับการบรรเทาอาการโรคตาแห้ง (Dry Eye Disease) ที่คุณควรรู้

โอเมก้า-3 ทางปาก กับการบรรเทาอาการโรคตาแห้ง (Dry Eye Disease) ที่คุณควรรู้ โรคตาแห้ง (Dry Eye Disease) เป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพตาที่พบได้บ่อยที่สุดในปัจจุบัน ทั้งในกลุ่มผู้ใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ผู้สูงอายุ และผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ อาการที่พบได้แก่ ตาแห้ง แสบตา ระคายเคือง หรือรู้สึกเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมในดวงตา ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตอย่างมีนัยสำคัญ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การเสริมกรดไขมันโอเมก้า-3 ทางปาก ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางในฐานะแนวทางด้านโภชนาการที่ช่วยบรรเทาอาการโรคตาแห้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ บทความนี้รวบรวมข้อมูลที่ครอบคลุมและเป็นประโยชน์สำหรับทั้งผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์ Key Takeaway โอเมก้า-3 โดยเฉพาะ EPA และ DHA ช่วยเพิ่มความเสถียรของชั้นน้ำตาและลดการอักเสบในดวงตา ปริมาณที่แนะนำคือ EPA + DHA อย่างน้อย 1 กรัมต่อวัน และควรประเมินผลหลังใช้ 8–12 สัปดาห์ การใช้โอเมก้า-3 ร่วมกับการรักษาอื่น ๆ เช่น ยาหยอดตาและการทำความสะอาดต่อมไหล่ตา ให้ผลดีที่สุด โอเมก้า-3 ไม่ใช่ยารักษา แต่เป็นแนวทางเสริมที่ปลอดภัยและมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ โรคตาแห้งคืออะไร และทำไมถึงเกิดขึ้น? […]

Artelo Biosciences เริ่มการทดสอบเฟส 2 ของยา ARB-G01 สำหรับรักษาโรคต้อหินในโครงการ DREAM

Artelo Biosciences เริ่มการทดสอบเฟส 2 ของยา ARB-G01 สำหรับรักษาโรคต้อหินในโครงการ DREAM บริษัท Artelo Biosciences ก้าวสำคัญในวงการจักษุวิทยาด้วยการประกาศลงทะเบียนผู้ป่วยรายแรกในการศึกษาทางคลินิกเฟส 2 ภายใต้ชื่อโครงการ DREAM เพื่อทดสอบยา ARB-G01 ซึ่งเป็นนวัตกรรมการรักษาโรคต้อหินระยะเริ่มต้นรูปแบบใหม่ที่อาจเปลี่ยนแปลงแนวทางการดูแลผู้ป่วยต้อหินทั่วโลกได้อย่างมีนัยสำคัญ Key Takeaway ARB-G01 คือยาลดความดันในลูกตา (IOP) รูปแบบใหม่ที่ใช้ระบบปลดปล่อยยาช้า (slow-release) ควบคุมความดันตาได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผลลัพธ์เบื้องต้นในผู้ป่วยรายแรกพบว่า IOP ลดลงเฉลี่ย 4 mmHg ภายใน 4 สัปดาห์ โดยไม่มีอาการข้างเคียงรุนแรง โครงการ DREAM มีเป้าหมายสรรหาผู้ป่วย 250 ราย ในสหรัฐอเมริกาและยุโรป คาดว่าจะเสร็จสิ้นการลงทะเบียนภายในปี 2027 หากผ่านการอนุมัติจาก FDA และ EMA ในต้นปี 2028 จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อวิชาชีพ Optometry และผู้ป่วยโรคต้อหินทั่วโลก โรคต้อหินคืออะไร […]

สรุปความเคลื่อนไหวสำคัญในวงการออพโทเมทรี ระหว่างวันที่ 10–14 สิงหาคม 2569

สรุปความเคลื่อนไหวสำคัญในวงการออพโทเมทรี ระหว่างวันที่ 10–14 สิงหาคม 2569 วงการออพโทเมทรีในช่วงสัปดาห์ที่ 10–14 สิงหาคม 2569 คึกคักด้วยพัฒนาการที่น่าจับตามองหลายด้าน ตั้งแต่นวัตกรรมเทคโนโลยีการตรวจวัดสายตา การศึกษาวิจัยทางคลินิกระยะใหม่ ไปจนถึงการขยายบริการดูแลสุขภาพตาสู่ชุมชนห่างไกล ความเคลื่อนไหวเหล่านี้ล้วนสะท้อนทิศทางของวิชาชีพที่กำลังเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ และเป็นสัญญาณที่ผู้ประกอบวิชาชีพออพโทเมทรีทุกคนควรติดตามอย่างใกล้ชิด Key Takeaway WaveDȳn Vision Analyzer ร่วมกับ Bausch + Lomb เปิดตัวเครื่องมือใหม่ที่ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการฟิตเลนส์สเคลอรัล Artelo Biosciences เริ่มการศึกษา Phase 2 ของโครงการ DREAM เพื่อลดความดันภายในตา (IOP) ในผู้ป่วยกลุ่มเป้าหมาย งานวิจัยชี้ว่าเอกสารให้ข้อมูลผู้ป่วยด้านตายังซับซ้อนเกินไป และแนะนำให้ปรับใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย (Plain Language) Remote Area Medical (RAM) ขยายการให้บริการตรวจตาในพื้นที่ห่างไกล สะท้อนปัญหาการเข้าถึงบริการสุขภาพตาที่ยังเป็นช่องว่างใหญ่ ผู้ประกอบการในวงการออพโทเมทรีควรเร่งปรับตัวด้านเทคโนโลยี การสื่อสาร และความร่วมมือกับองค์กรอาสา WaveDȳn Vision Analyzer × Bausch + Lomb: […]

จดหมายแจ้งผลตรวจตาที่เข้าใจยาก: การศึกษาพบว่าส่งผลกระทบต่อการดูแลสุขภาพสายตาของผู้ป่วย

จดหมายแจ้งผลตรวจตาที่เข้าใจยาก: การศึกษาพบว่าส่งผลกระทบต่อการดูแลสุขภาพสายตาของผู้ป่วย หลายคนอาจเคยได้รับจดหมายจากแพทย์หลังการตรวจตา แล้วรู้สึกงงกับศัพท์แพทย์ที่ไม่คุ้นเคย หรืออ่านแล้วยังไม่แน่ใจว่าต้องทำอะไรต่อไป ปัญหานี้ไม่ได้เกิดจากความบกพร่องของผู้ป่วย แต่เป็นเพราะตัวจดหมายเองที่ถูกออกแบบมาในแบบที่เข้าถึงได้ยาก และการศึกษาล่าสุดได้ยืนยันว่าปัญหานี้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพสายตาในระยะยาวอย่างแท้จริง Key Takeaway จดหมายแจ้งผลการตรวจตาส่วนใหญ่ใช้ภาษาระดับมัธยมปลายถึงมหาวิทยาลัย ซึ่งสูงกว่าระดับการอ่านของผู้ป่วยทั่วไป มีผู้ป่วยเพียง 31% เท่านั้นที่เข้าใจเนื้อหาในจดหมายได้อย่างสมบูรณ์ ปัญหาหลักมาจากศัพท์เทคนิค ประโยคยาว และตัวย่อที่ไม่มีคำอธิบาย ความเข้าใจผิดในจดหมายอาจนำไปสู่การใช้ยาผิดพลาดและการฟื้นตัวที่ล่าช้า แนวทางแก้ไขที่แนะนำ ได้แก่ การใช้ภาษาเรียบง่าย สื่อดิจิทัล และการฝึกอบรมบุคลากรทางการแพทย์ ที่มาของการศึกษา: ใครค้นพบและค้นพบอะไร? 🔬 การศึกษาชิ้นนี้เผยแพร่โดย Optometry Times เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2026 โดยมุ่งวิเคราะห์คุณภาพของจดหมายที่ส่งถึงผู้ป่วยหลังการพบแพทย์ตา (ophthalmic patient letters) ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญที่ผู้ป่วยใช้อ้างอิงในการดูแลสุขภาพสายตาของตนเองที่บ้าน ผลการวิเคราะห์พบว่าจดหมายเหล่านี้ส่วนใหญ่มีระดับความยากในการอ่าน (Readability) อยู่ที่ระดับมัธยมปลายถึงมหาวิทยาลัย ในขณะที่ระดับการอ่านของประชากรทั่วไปมักอยู่ที่ระดับมัธยมต้น ช่องว่างนี้ดูเหมือนเล็กน้อย แต่ในความเป็นจริงมันหมายความว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่สามารถทำความเข้าใจคำแนะนำที่ตนได้รับได้อย่างถูกต้อง ตัวเลขที่น่าตกใจ: ผู้ป่วยเพียง 31% เข้าใจจดหมายอย่างสมบูรณ์ 📊 ตัวเลขที่โดดเด่นที่สุดจากการศึกษานี้คือ มีผู้ป่วยเพียง 31% ที่สามารถเข้าใจเนื้อหาในจดหมายแจ้งผลการตรวจตาได้อย่างครบถ้วน นั่นหมายความว่าผู้ป่วยเกือบ […]

1 ใน 4 ของนักเรียนชายมัธยมปลายในจีนเสี่ยงสายตาสั้นภายใน 3 ปี — ปัจจัยเสี่ยงหลักคือ Hyperopic Reserve ต่ำ

1 ใน 4 ของนักเรียนชายมัธยมปลายในจีนเสี่ยงสายตาสั้นภายใน 3 ปี — ปัจจัยเสี่ยงหลักคือ Hyperopic Reserve ต่ำ การศึกษาระยะยาวจากประเทศจีนเผยข้อมูลที่น่าตกใจ: นักเรียนชายมัธยมปลายที่ยังไม่มีสายตาสั้นในตอนแรก มีโอกาสสูงถึง 1 ใน 4 ที่จะพัฒนาอาการสายตาสั้นขึ้นภายในเวลาเพียง 3 ปี ข้อค้นพบนี้ไม่เพียงสะท้อนถึงวิกฤตสุขภาพสายตาในกลุ่มวัยรุ่นเอเชีย แต่ยังชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการคัดกรองและป้องกันตั้งแต่เนิ่น ๆ ก่อนที่อาการจะเริ่มปรากฏ Key Takeaway 24.5% ของนักเรียนชายมัธยมปลายในจีนที่ไม่มีสายตาสั้น พัฒนาเป็นสายตาสั้นภายใน 3 ปี ปัจจัยเสี่ยงอันดับหนึ่งคือ ค่า Hyperopic Reserve ต่ำ ซึ่งบ่งชี้ถึงความสามารถในการปรับโฟกัสของเลนส์ตาที่ลดลง การคัดกรองสายตาในโรงเรียนควรครอบคลุมการวัด Refractive Error, Axial Length และ Hyperopic Reserve มีทางเลือกในการป้องกันและชะลอสายตาสั้นหลายวิธี ทั้งเลนส์พิเศษและยาหยอดตา การทำกิจกรรมกลางแจ้งอย่างน้อย 2 ชั่วโมงต่อวัน ช่วยลดความเสี่ยงได้อย่างมีนัยสำคัญ ผลการศึกษา: ตัวเลขที่ควรรู้ 📊 งานวิจัยนี้ดำเนินการติดตามผลนักเรียนชายในประเทศจีนช่วงอายุ […]

การพัฒนาโมเดล AI วิเคราะห์ภาพ OCT เพื่อทำนายการทำงานของเรตินาในผู้ป่วย Geographic Atrophy

การพัฒนาโมเดล AI วิเคราะห์ภาพ OCT เพื่อทำนายการทำงานของเรตินาในผู้ป่วย Geographic Atrophy การสูญเสียการมองเห็นจาก Geographic Atrophy (GA) เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปและยากต่อการตรวจจับในระยะแรก ปัจจุบันความก้าวหน้าของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้เปิดประตูสู่การวินิจฉัยและทำนายการทำงานของเรตินาได้อย่างแม่นยำผ่านภาพ OCT โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาการทดสอบที่ซับซ้อน บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจว่าเทคโนโลยีนี้ทำงานอย่างไร มีความสำคัญต่อวงการจักษุวิทยาอย่างไร และจะเปลี่ยนแปลงการดูแลผู้ป่วยในอนาคตได้มากแค่ไหน Key Takeaway Geographic Atrophy (GA) คือภาวะเรตินาเสื่อมขั้นสูงที่เกี่ยวข้องกับ Age-related Macular Degeneration (AMD) ซึ่งนำไปสู่การสูญเสียการมองเห็นอย่างถาวร โมเดล AI ที่พัฒนาจากข้อมูล OCT (Optical Coherence Tomography) สามารถทำนายระดับการทำงานของเรตินาได้อย่างแม่นยำโดยไม่ต้องทำการทดสอบเพิ่มเติม เทคโนโลยีนี้ช่วยให้ตรวจพบความเสื่อมในระยะเริ่มต้น เพิ่มโอกาสในการรักษาและชะลอการสูญเสียสายตา สามารถผนวกรวมกับระบบ OCT ที่มีอยู่แล้วในคลินิกได้ทันที ลดภาระงานของบุคลากรทางการแพทย์ เป็นก้าวสำคัญสู่การดูแลผู้ป่วยแบบเฉพาะบุคคล (Personalised Care) ในสาขาจักษุวิทยา Geographic Atrophy คืออะไร และทำไมจึงน่ากังวล? 👁️ Geographic […]

โภชนาการเมดิเตอร์เรเนียนช่วยชะลอการลุกลามของโรคจอประสาทตาเสื่อม (AMD)

โภชนาการเมดิเตอร์เรเนียนช่วยชะลอการลุกลามของโรคจอประสาทตาเสื่อม (AMD) การสูญเสียการมองเห็นในผู้สูงอายุเป็นเรื่องที่น่ากังวลใจ โดยเฉพาะโรคจอประสาทตาเสื่อม (AMD) ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อการใช้ชีวิตประจำวัน อย่างไรก็ตาม ข้อมูลทางการแพทย์ล่าสุดชี้ให้เห็นว่า “อาหาร” ไม่ได้เป็นเพียงแค่ปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต แต่เป็นเครื่องมือสำคัญในการชะลอความเสื่อมของดวงตา โดยเฉพาะการรับประทานอาหารสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนที่ได้รับการยอมรับทั่วโลกว่าส่งผลดีต่อสุขภาพหลอดเลือดและเซลล์ประสาทในดวงตา Key Takeaway: สรุปใจความสำคัญ การลดความเสี่ยง: การรับประทานอาหารแบบเมดิเตอร์เรเนียนช่วยลดโอกาสการลุกลามของโรค AMD ได้ถึง 30% เมื่อเทียบกับอาหารตะวันตก สารอาหารหลัก: เน้นกรดไขมันโอเมก้า-3, โอเมก้า-9 และสารต้านอนุมูลอิสระจากผักผลไม้หลากสี กลไกการทำงาน: ช่วยลดการอักเสบในระดับเซลล์และปกป้องเซลล์เรติน่าจากการถูกทำลายโดยอนุมูลอิสระ แนวทางการดูแล: การปรับโภชนาการควรทำควบคู่ไปกับการตรวจคัดกรองโดยจักษุแพทย์และการดูแลแบบองค์รวม ทำความรู้จักกับโรคจอประสาทตาเสื่อม (AMD) 👁️ โรคจอประสาทตาเสื่อมที่เกี่ยวข้องกับอายุ (Age-Related Macular Degeneration หรือ AMD) คือความผิดปกติที่เกิดขึ้นบริเวณ “จุดรับภาพชัด” (Macula) ซึ่งเป็นส่วนกลางของจอประสาทตา เมื่อส่วนนี้เสื่อมสภาพลง ผู้ป่วยจะเริ่มสูญเสียการมองเห็นบริเวณกลางภาพ ทำให้ภาพมัว มองเห็นเป็นจุดดำ หรือเส้นตรงดูคดเคี้ยว โรคนี้มักเกิดขึ้นกับผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป โดยแบ่งออกเป็นสองประเภทหลัก คือ แบบแห้ง (Dry AMD) […]

สรุปประเด็นสำคัญในวงการทัศนมาตรศาสตร์ (Optometry) ประจำวันที่ 27-31 กรกฎาคม

สรุปประเด็นสำคัญในวงการทัศนมาตรศาสตร์ (Optometry) ประจำวันที่ 27-31 กรกฎาคม การติดตามความเคลื่อนไหวในอุตสาหกรรมทัศนมาตรศาสตร์ในช่วงเวลาที่รวดเร็วเช่นนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงทั้งในด้านนโยบายการเบิกจ่าย เทคโนโลยีการวินิจฉัยที่ล้ำสมัย และงานวิจัยทางคลินิกที่ส่งผลต่อการรักษาผู้ป่วยจริง บทความสรุปประเด็นสำคัญระหว่างวันที่ 27-31 กรกฎาคมนี้ จะช่วยให้นักทัศนมาตร ผู้บริหารคลินิก และผู้ที่เกี่ยวข้องในสายงานสุขภาพดวงตา สามารถนำข้อมูลไปปรับใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลผู้ป่วยและบริหารจัดการธุรกิจได้อย่างยั่งยืน 📌 Key Takeaway: สรุปใจความสำคัญ การปรับเปลี่ยนทางเศรษฐกิจ: Medicare มีการปรับค่าตอบแทนการตรวจวัดสายตา ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อรายได้และการวางแผนงบประมาณของคลินิก นวัตกรรม AI ในการวินิจฉัย: การนำ AI มาใช้ร่วมกับอุปกรณ์สแกนโครงสร้างตาช่วยเพิ่มความแม่นยำในการตรวจพบโรคแมคูลาร์ออคิวลา (Macular Degeneration) ในระยะเริ่มต้น ความก้าวหน้าด้านเลนส์เฉพาะทาง: PROSE Lens แสดงผลลัพธ์ที่มีนัยสำคัญในการรักษาโรคกระจกตาอักเสบจากเส้นประสาทส่วนปลาย (Neurotrophic Keratitis) โอกาสทางธุรกิจของคอนแทคเลนส์: ข้อมูลจาก Contact Lens Institute ชี้ให้เห็นว่าผู้ใช้คอนแทคเลนส์มีแนวโน้มสร้างกำไรและมูลค่าการใช้บริการให้คลินิกได้สูงขึ้น เจาะลึกการปรับค่าตอบแทนการตรวจสายตาของ Medicare 💰 ในด้านการบริหารจัดการคลินิกทัศนมาตรศาสตร์ ประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างมากคือการปรับเปลี่ยนค่าตอบแทน (Reimbursement rates) จาก Medicare ซึ่งเป็นระบบประกันสุขภาพที่สำคัญ […]

สรุปประเด็นสำคัญในวงการทัศนมาตรศาสตร์ (Optometry) ประจำวันที่ 27-31 กรกฎาคม

สรุปประเด็นสำคัญในวงการทัศนมาตรศาสตร์ (Optometry) ประจำวันที่ 27-31 กรกฎาคม โลกของทัศนมาตรศาสตร์มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นด้านเทคโนโลยีการวินิจฉัย นโยบายการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาล หรือผลการวิจัยทางคลินิกที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย การติดตามความเคลื่อนไหวในช่วงวันที่ 27-31 กรกฎาคมนี้ จึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ ผู้บริหารคลินิก และผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมสายตา เพื่อนำข้อมูลไปปรับใช้ในการวางแผนการรักษาและการบริหารจัดการธุรกิจให้เท่าทันสถานการณ์ปัจจุบัน 📌 Key Takeaway: สรุปสาระสำคัญ การปรับเปลี่ยนด้านการเงิน: Medicare มีการปรับค่าตอบแทนการตรวจวัดสายตา ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อรายได้และการวางแผนงบประมาณของคลินิก ก้าวกระโดดของ AI: การนำ AI มาใช้ในเครื่องสแกนโครงสร้างตาช่วยให้การวินิจฉัยโรคแมคูลาร์ออคิวลา (Macular Degeneration) แม่นยำและรวดเร็วยิ่งขึ้น นวัตกรรมเลนส์รักษาโรค: การใช้ PROSE Lens กลายเป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพในการรักษาภาวะกระจกตาเสื่อมจากเส้นประสาท (Neurotrophic Keratitis) โอกาสทางธุรกิจ: รายงานจาก Contact Lens Institute ชี้ให้เห็นว่ากลุ่มผู้ใช้คอนแทคเลนส์สร้างผลกำไรให้กับร้านแว่นและคลินิกได้สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ การปรับเปลี่ยนค่าตอบแทน Medicare กับผลกระทบต่อสถานพยาบาล 💸 ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม ประเด็นที่ถูกกล่าวถึงอย่างมากในกลุ่มผู้ประกอบการคลินิกทัศนมาตรคือการปรับปรุงอัตราค่าตอบแทนการตรวจวัดสายตาจาก Medicare ซึ่งเป็นระบบประกันสุขภาพหลักในหลายพื้นที่ การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของตัวเลขทางการเงินเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงการปรับเปลี่ยนนโยบายการให้ค่าความสำคัญกับประเภทของการตรวจรักษา […]

ข้อมูลจาก Contact Lens Institute เผย คอนแท็กท์เลนส์ทำกำไรได้สูงกว่าแว่นสายตาถึง 30%

ข้อมูลจาก Contact Lens Institute เผย คอนแท็กท์เลนส์ทำกำไรได้สูงกว่าแว่นสายตาถึง 30% งานวิจัยล่าสุดจาก Contact Lens Institute (CLI) โดย Philip Morgan และ Lyndon Jones ได้เปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจสำหรับวงการออพโทเมตรีและธุรกิจดูแลสายตาทั่วโลก นั่นคือ ผู้ป่วยที่ใช้คอนแท็กท์เลนส์สร้างกำไรให้คลินิกสูงกว่าผู้ใช้แว่นสายตาโดยเฉลี่ยถึง 30% ต่อปี ซึ่งเป็นสัญญาณสำคัญที่บ่งชี้ว่าการปรับกลยุทธ์ธุรกิจให้เน้นคอนแท็กท์เลนส์มากขึ้นอาจเป็นโอกาสทางธุรกิจที่คลินิกสายตาไม่ควรมองข้าม Key Takeaway งานวิจัยจาก CLI พบว่าผู้ใช้คอนแท็กท์เลนส์สร้างกำไรให้คลินิกสูงกว่าผู้ใช้แว่นสายตาเฉลี่ย 30% ต่อปี เลนส์ทอริค (Toric) และเลนส์หลายโฟกัส (Multifocal) ให้กำไรสูงกว่าเลนส์สเฟียร์ิก (Spheric) ถึง 15–20% คลินิกสายตาสามารถปรับโมเดลธุรกิจเพื่อเพิ่มสัดส่วนรายได้จากคอนแท็กท์เลนส์ได้อย่างมีกลยุทธ์ ความปลอดภัยของผู้ใช้ยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ต้องควบคู่ไปกับการสร้างกำไร ที่มาของงานวิจัยและความน่าเชื่อถือ 🔬 Contact Lens Institute (CLI) เป็นองค์กรที่ได้รับการยอมรับในวงการออพโทเมตรีระดับสากล งานวิจัยชิ้นนี้จัดทำโดย Philip Morgan และ Lyndon Jones สองนักวิจัยชั้นนำด้านคอนแท็กท์เลนส์ […]

การทำดีท็อกซ์เพื่อการดูแลสุขภาพสายตาในระยะยาว: แนวทางบูรณาการที่คุณมองข้ามไม่ได้

การทำดีท็อกซ์เพื่อการดูแลสุขภาพสายตาในระยะยาว: แนวทางบูรณาการที่คุณมองข้ามไม่ได้ หลายคนมักนึกถึงการดูแลสายตาในแง่ของการตรวจวัดสายตา หรือการสวมแว่นที่เหมาะสมเท่านั้น แต่ความจริงแล้ว สุขภาพดวงตาในระยะยาวนั้นเชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งกับสภาวะภายในร่างกาย โดยเฉพาะภาระสารพิษที่สะสมอยู่ในระบบต่าง ๆ การทำดีท็อกซ์อย่างถูกวิธีจึงไม่ใช่เทรนด์สุขภาพชั่วคราว แต่เป็นกลยุทธ์สำคัญในการชะลอการเสื่อมของดวงตา และปกป้องการมองเห็นของคุณไปได้อีกหลายสิบปี Key Takeaway ดวงตาเป็นอวัยวะที่ไวต่อสารพิษสะสม ซึ่งอาจกระตุ้นให้เกิดโรคเรตินา ต้อกระจก และจอประสาทตาเสื่อมได้เร็วขึ้น การทำดีท็อกซ์เพื่อสายตาครอบคลุม 3 แนวทางหลัก ได้แก่ การลดรับสารพิษ การสนับสนุนการขับสารพิษ และการบำรุงด้วยสารต้านออกซิเดชัน วิถีชีวิตและโภชนาการมีผลโดยตรงต่ออายุการใช้งานของเซลล์ในดวงตา การดูแลสายตาแบบบูรณาการควรผสานทั้งการตรวจสุขภาพตาและการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต ทำไมดวงตาถึงเป็นอวัยวะที่เสี่ยงต่อสารพิษเป็นพิเศษ? 👁️ ดวงตาประกอบด้วยโครงสร้างที่ซับซ้อนทั้งในเชิงกายภาพและชีวเคมี เซลล์ในเรตินา (Retinal Cells) มีอัตราการเผาผลาญพลังงานสูงมาก ทำให้ต้องการออกซิเจนและสารอาหารอย่างต่อเนื่อง และในขณะเดียวกันก็มีความเสี่ยงต่อการถูกทำลายจากอนุมูลอิสระ (Free Radicals) สูงตามไปด้วย เมื่อร่างกายมีภาระสารพิษสูง ไม่ว่าจะมาจากอาหารแปรรูป มลพิษทางอากาศ หรือสารเคมีในสิ่งแวดล้อม สารพิษเหล่านี้สามารถสะสมในเนื้อเยื่อของดวงตาและกระตุ้นกระบวนการอักเสบเรื้อรัง (Chronic Inflammation) ซึ่งเป็นปัจจัยเร่งให้เซลล์ตาเสื่อมสภาพเร็วกว่าอายุที่ควรจะเป็น สารพิษสะสมกับโรคตาที่พบบ่อย 🔬 งานวิจัยและบทความจากวารสาร Optometry Times ได้ชี้ให้เห็นความเชื่อมโยงระหว่างภาระสารพิษในร่างกายกับโรคตาที่พบได้บ่อยในปัจจุบัน ดังนี้ จอประสาทตาเสื่อมตามอายุ (Age-related […]

FDA อนุมัติ Lytenava ของ Outlook Therapeutics สำหรับรักษาโรคจอประสาทตาเสื่อมชนิดเปียก (Wet AMD)

FDA อนุมัติ Lytenava ของ Outlook Therapeutics สำหรับรักษาโรคจอประสาทตาเสื่อมชนิดเปียก (Wet AMD) ในยุคที่เทคโนโลยีทางการแพทย์ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง การที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (FDA) อนุมัติยาตัวใหม่สำหรับโรคตาที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุทั่วโลก ถือเป็นข่าวดีที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง Lytenava จาก Outlook Therapeutics คือตัวเลือกใหม่ในการรักษา โรคจอประสาทตาเสื่อมชนิดเปียก (Wet AMD) ที่อาจเปลี่ยนภาพรวมการรักษาและการเข้าถึงยาของผู้ป่วยไปอย่างมีนัยสำคัญ Key Takeaway FDA อนุมัติ Lytenava (bevacizumab สูตร ophthalmic) อย่างเป็นทางการสำหรับการรักษา Wet AMD ผ่านการฉีดเข้าน้ำวุ้นตา (intravitreal injection) เป็น bevacizumab สูตรเดียว ที่ได้รับการรับรองอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ลดความเสี่ยงจากการใช้ยาแบบ off-label ราคาต่อการฉีดอยู่ที่ประมาณ $75–$85 ถูกกว่ายากลุ่ม Anti-VEGF ชั้นนำอื่นๆ ถึง 30–40% ผลการทดลองทางคลินิก Phase III ใน ผู้ป่วยกว่า […]

Bausch + Lomb เปิดตัว EyeGility ระบบส่งเลนส์ภายในลูกตาแบบพรีโหลดในสหรัฐอเมริกา

วิเคราะห์นวัตกรรมและเทคโนโลยีของระบบ EyeGility อธิบายผลกระทบต่อกระบวนการผ่าตัดต้อกระจกในปัจจุบัน ประเมินประโยชน์ในด้านความปลอดภัยและผลลัพธ์การรักษาของผู้ป่วย สำรวจความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์สำหรับสถานพยาบาลและจักษุแพทย์ รวบรวมข้อมูลเชิงลึกเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานและอัลกอริทึมการค้นหา Bausch + Lomb เปิดตัว EyeGility ระบบส่งเลนส์ภายในลูกตาแบบพรีโหลดในสหรัฐอเมริกา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการผ่าตัดต้อกระจก ในโลกของการแพทย์สมัยใหม่ การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยเป็นหัวใจสำคัญ โดยเฉพาะในด้านจักษุวิทยาที่การมองเห็นคือหน้าต่างสำคัญของชีวิต ล่าสุด Bausch + Lomb ผู้นำระดับโลกด้านสุขภาพดวงตา ได้ประกาศก้าวสำคัญด้วยการเปิดตัว EyeGility ระบบส่งเลนส์ภายในลูกตา (Intraocular Lens – IOL) แบบพรีโหลด (Preloaded) ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งนวัตกรรมนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การปรับปรุงอุปกรณ์เดิม แต่เป็นการปฏิวัติกระบวนการผ่าตัดต้อกระจกให้มีความแม่นยำ รวดเร็ว และปลอดภัยยิ่งขึ้นกว่าที่เคยเป็นมา การผ่าตัดต้อกระจกในปัจจุบันถือเป็นหนึ่งในหัตถการทางการแพทย์ที่มีการทำบ่อยที่สุดทั่วโลก และความต้องการเทคโนโลยีที่ช่วยลดความซับซ้อนในห้องผ่าตัดก็เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ระบบ EyeGility จึงถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นี้โดยเฉพาะ ด้วยการผสานเทคโนโลยีการส่งเลนส์ที่ล้ำสมัยเข้ากับเลนส์แก้วตาเทียมคุณภาพสูง เพื่อมอบผลลัพธ์ที่ดีที่สุดทั้งต่อจักษุแพทย์และผู้ป่วย Key Takeaway สรุปใจความสำคัญ นวัตกรรม Preloaded: ระบบ EyeGility มาพร้อมเลนส์ที่บรรจุมาให้ล่วงหน้า ช่วยลดขั้นตอนการเตรียมเลนส์และลดความเสี่ยงจากการสัมผัสโดยตรง เทคโนโลยี Push-Plunger: กลไกการส่งเลนส์ที่ออกแบบมาเพื่อความลื่นไหลและควบคุมทิศทางได้แม่นยำ ช่วยให้การวางเลนส์ในถุงหุ้มเลนส์ […]

นวัตกรรมการพิมพ์ 3 มิติเพื่อผลิตคอนแทคเลนส์เฉพาะบุคคลภายใน 20 นาที โดยมหาวิทยาลัย Waterloo: ปฏิวัติวงการจักษุแพทย์เพื่อดวงตาที่สมบูรณ์แบบ

นวัตกรรมการพิมพ์ 3 มิติเพื่อผลิตคอนแทคเลนส์เฉพาะบุคคลภายใน 20 นาที โดยมหาวิทยาลัย Waterloo: ปฏิวัติวงการจักษุแพทย์เพื่อดวงตาที่สมบูรณ์แบบ ในโลกที่เทคโนโลยีการแพทย์ก้าวล้ำไปอย่างรวดเร็ว การดูแลรักษาสุขภาพสายตากำลังเข้าสู่ยุคใหม่ที่เน้นความเฉพาะเจาะจงระดับบุคคล (Personalized Medicine) หนึ่งในความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของวงการจักษุวิทยาคือการผลิตคอนแทคเลนส์ที่ “พอดี” กับดวงตาของมนุษย์ทุกคน เนื่องจากดวงตาของแต่ละคนมีส่วนโค้งและความละเอียดที่แตกต่างกันไม่ต่างจากลายนิ้วมือ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของกระจกตาอย่างรุนแรง ซึ่งคอนแทคเลนส์แบบมาตรฐานทั่วไปไม่สามารถตอบโจทย์ได้ ล่าสุด ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Waterloo (University of Waterloo) ประเทศแคนาดา ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ด้วยการพัฒนานวัตกรรมการพิมพ์ 3 มิติที่สามารถผลิตคอนแทคเลนส์เฉพาะบุคคลได้สำเร็จภายในเวลาเพียง 20 นาที ซึ่งถือเป็นการทำลายขีดจำกัดเดิมที่ต้องใช้เวลารอคอยนานหลายสัปดาห์ นวัตกรรมนี้ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย แต่ยังเป็นการเปิดประตูสู่ความเป็นไปได้ใหม่ๆ ในการรักษาและดูแลดวงตาอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด Key Takeaways: สรุปประเด็นสำคัญของนวัตกรรม ความรวดเร็วเหนือระดับ: สามารถผลิตคอนแทคเลนส์ที่ปรับแต่งตามรูปหน้าและดวงตาของผู้ป่วยได้ภายใน 20 นาที จากเดิมที่ต้องสั่งทำพิเศษและรอคอยนานถึง 2-4 สัปดาห์ เทคโนโลยีล้ำสมัย: ผสานการทำงานระหว่างการพิมพ์ 3 มิติแบบ Digital Light Processing (DLP), เครื่องสแกน OCT ความละเอียดสูง […]

Bausch + Lomb ยุติการพัฒนาสาร BL1107 สำหรับรักษาโรคต้อหินหลังล้มเหลวในการทดลองระยะที่ 2

Bausch + Lomb ยุติการพัฒนาสาร BL1107 สำหรับรักษาโรคต้อหินหลังล้มเหลวในการทดลองระยะที่ 2 วงการจักษุวิทยาต้องเผชิญกับข่าวที่น่าเสียดาย เมื่อบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง Bausch + Lomb ได้ออกมาประกาศยุติการพัฒนาสาร BL1107 ซึ่งเป็นยาความหวังใหม่ในการรักษาโรคต้อหิน หลังจากผลการทดลองทางคลินิกในระยะที่ 2 ไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ เหตุการณ์นี้ไม่เพียงแต่ส่งผลต่อทิศทางธุรกิจของบริษัท แต่ยังสะท้อนถึงความท้าทายอันยิ่งใหญ่ในการคิดค้นนวัตกรรมเพื่อควบคุมความดันในลูกตา ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำลายเส้นประสาทตาของผู้ป่วยนับล้านคนทั่วโลก Key Takeaways Bausch + Lomb ยุติการพัฒนาสาร BL1107 สำหรับรักษาโรคต้อหิน (Glaucoma) เนื่องจากผลการทดลองระยะที่ 2 ไม่สามารถบรรลุจุดยุติปฐมภูมิ (Primary Endpoint) ได้ ผลการทดลองชี้ว่า BL1107 ไม่สามารถลดความดันภายในลูกตา (IOP) ได้แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุมหลังจากใช้งานต่อเนื่อง 12 สัปดาห์ บริษัทตัดสินใจปรับกลยุทธ์ใหม่ โดยหันไปมุ่งเน้นการพัฒนาอุปกรณ์ฝังตาชนิดปล่อยยาต่อเนื่อง (Small-molecule sustained-release implant) สำหรับรักษาโรคจอประสาทตาเสื่อมชนิด Geographic Atrophy (GA) การทดลองทางคลินิกสำหรับโครงการใหม่เกี่ยวกับ Geographic Atrophy […]