Euclid Vision เปิดตัวเลนส์ Be Free Day สำหรับการจัดการไมโอพีอาในเด็กและวัยรุ่น

Euclid Vision เปิดตัวเลนส์ Be Free Day สำหรับการจัดการไมโอพีอาในเด็กและวัยรุ่น

การมองเห็นที่ชัดเจนเป็นพื้นฐานสำคัญของการเรียนรู้และการพัฒนาทางกายภาพของเด็กและวัยรุ่น — โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเผชิญกับภาวะไมโอพีอา (Myopia) ที่กำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทั่วโลก Euclid Vision จึงได้เปิดตัว “เลนส์ Be Free Day” ซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยควบคุมการเจริญเติบโตของสายตาในวัยรุ่นอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย


ทำไมไมโอพีอาถึงเป็นปัญหาใหญ่ในยุคปัจจุบัน? 👓

ไมโอพีอาเป็นภาวะที่ทำให้ภาพที่อยู่ไกลออกมาผิดโฟกัสบนเรตินา ทำให้ต้องพึ่งพาแว่นตาหรือคอนแทคเลนส์เพื่อมองเห็นชัดเจน สถิติจากหลายประเทศแสดงว่าร้อยละ 30‑40 ของเด็กอายุ 6‑14 ปี มีสภาพสายตาเป็นไมโอพีอา และอัตราการเพิ่มความรุนแรงของไมโอพีอาก็เพิ่มขึ้นทุกปี ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะนี้ได้แก่

  • การใช้หน้าจออิเล็กทรอนิกส์เป็นเวลานานโดยไม่มีพักสายตา
  • การอ่านหนังสือหรือทำงานใกล้หน้าจอเป็นเวลานานโดยไม่มีการมองไกลออกไป
  • พันธุกรรมที่ทำให้เด็กมีแนวโน้มพัฒนาภาวะไมโอพีอา

ผลกระทบของไมโอพีอาไม่ได้หยุดอยู่แค่การมองเห็นไม่ชัดเจนเท่านั้น แต่ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคตาอื่น ๆ เช่น ต้อกระจก ต้อหิน และแม้กระทั่งการสูญเสียการมองเห็นอย่างถาวรในอนาคต


Be Free Day คืออะไร? 📈

Be Free Day เป็นระบบเลนส์คอนแทคที่พัฒนาโดย Euclid Vision ด้วยเทคโนโลยี “Dual‑Action Optics” ที่ผสานการกระจายแสง (light diffusion) และการควบคุมการโฟกัส (focus modulation) เข้าด้วยกัน ทำให้เลนส์สามารถชะลอการยืดของแกนตา (axial elongation) ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเพิ่มความรุนแรงของไมโอพีอา

จุดเด่นของ Be Free Day ได้แก่

  • การควบคุมการเจริญเติบโตของแกนตา – ช่วยลดอัตราการยืดของแกนตาได้ถึง 30 % เมื่อใช้ต่อเนื่องตามแผนที่กำหนด
  • ความสบายสูงสุด – วัสดุซิลิโคนไฮโดรเจลที่มีค่า O₂ permeability สูง ทำให้ตาได้รับออกซิเจนเพียงพอ ลดความแห้งและการระคายเคือง
  • การออกแบบเฉพาะสำหรับเด็กและวัยรุ่น – ขนาดและความโค้งของเลนส์ได้รับการปรับให้เหมาะกับรูปทรงตาในช่วงอายุ 6‑18 ปี

กลไกการทำงานของ Dual‑Action Optics 🧒

เทคโนโลยี Dual‑Action Optics ทำงานโดยการสร้าง “โซนพลังงานแสง” ที่กระจายอย่างสม่ำเสมอทั่วพื้นผิวของเลนส์ ซึ่งทำให้แสงที่เข้าสู่ดวงตาถูกกระจายอย่างเหมาะสม ลดการโฟกัสที่จุดเดียวบนเรตินา นอกจากนี้เลนส์ยังมี “โซนควบคุมการโฟกัส” ที่ปรับความโค้งของแสงให้เหมาะกับระยะไกลและระยะใกล้โดยอัตโนมัติ

ผลลัพธ์คือการกระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อตาให้ทำงานอย่างสมดุล ลดแรงดึงที่ทำให้แกนตายืดออก และช่วยให้เด็ก ๆ สามารถมองเห็นได้ชัดทั้งใกล้และไกลโดยไม่ต้องสลับใช้แว่นตาหรือเลนส์หลายคู่


วิธีการใช้และการดูแล Be Free Day อย่างถูกต้อง 🏥

  1. การตรวจวัดสายตาโดยผู้เชี่ยวชาญ – ก่อนเริ่มใช้เลนส์ ควรทำการตรวจวัดสายตาและขนาดตาโดยออพทัลมอลิสต์หรือจักษุแพทย์ เพื่อให้ได้ขนาดและพารามิเตอร์ที่เหมาะสมที่สุด
  2. การใส่เลนส์ – ทำความสะอาดมือให้สะอาดและแห้ง ใช้เทคนิคการใส่เลนส์ที่แนะนำในคู่มือการใช้งาน เพื่อป้องกันการบาดเจ็บหรือการติดเชื้อ
  3. การเปลี่ยนเลนส์ตามกำหนด – Be Free Day มีอายุการใช้งาน 1 เดือนต่อคู่ ควรเปลี่ยนเป็นคู่ใหม่ตามกำหนดเวลาเพื่อรักษาความสะอาดและประสิทธิภาพของเลนส์
  4. การเก็บรักษา – ใช้สารละลายทำความสะอาดและเก็บเลนส์ในภาชนะที่สะอาด ปิดฝาให้แน่นเพื่อป้องกันการปนเปื้อนของแบคทีเรีย
  5. การตรวจติดตามผล – ควรเข้าตรวจสายตาอย่างน้อย 6 เดือนละครั้ง เพื่อประเมินผลการควบคุมไมโอพีอาและปรับแผนการรักษาตามความจำเป็น

ผลการทดลองทางคลินิกและข้อมูลเชิงสถิติ 🌟

Euclid Vision ได้ทำการทดลองทางคลินิกในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย โดยมีผู้เข้าร่วมการทดลองทั้งหมด 1,200 คน อายุ 6‑18 ปี ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่า

  • ความรุนแรงของไมโอพีอา (ค่า diopter) ลดลงเฉลี่ย 0.25 D ต่อปีเมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุมที่ใช้เลนส์ธรรมดา
  • 78 % ของผู้ใช้รายงานว่ารู้สึกสบายตาและไม่มีอาการระคายเคืองใด ๆ หลังการใช้งาน 3 เดือนต่อเนื่อง
  • การเปลี่ยนแปลงของความยาวแกนตา (axial length) ชะลอลงประมาณ 0.15 mm ต่อปี

ข้อมูลเหล่านี้ยืนยันว่า Be Free Day เป็นตัวเลือกที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยสำหรับการจัดการไมโอพีอาในเด็กและวัยรุ่น


การเปรียบเทียบกับวิธีการรักษาอื่น ๆ ที่มีอยู่ 🏅

วิธีการ ประสิทธิภาพในการชะลอไมโอพีอา ความสบาย ความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ค่าใช้จ่ายต่อปี
แว่นตาแบบพิเศษ (Myopia control glasses) ลด 15‑20 % ปานกลาง ต่ำ ปานกลาง
คอนแทคเลนส์แบบ Orthokeratology (Ortho‑K) ลด 30‑40 % สูง (ต้องใส่ขณะนอน) สูง (ต้องดูแลอย่างเคร่งครัด) สูง
Be Free Day ลด 30‑35 % สูง ต่ำ ปานกลาง‑สูง

จากตารางจะเห็นว่า Be Free Day มีประสิทธิภาพใกล้เคียงกับ Ortho‑K แต่ความเสี่ยงต่อการติดเชื้อและความยุ่งยากในการดูแลต่ำกว่า ทำให้เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับผู้ปกครองที่ต้องการวิธีการที่ปลอดภัยและง่ายต่อการปฏิบัติ


ผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของเด็กและครอบครัว 🎈

การที่เด็กสามารถมองเห็นชัดเจนโดยไม่ต้องพึ่งพาแว่นตาหรือเลนส์ที่ทำให้รู้สึกอึดอัด มีผลต่อการเรียน การทำกิจกรรมกีฬา และการสื่อสารกับเพื่อนฝูงอย่างมาก ผู้ปกครองหลายคนรายงานว่าเด็กมีความมั่นใจเพิ่มขึ้นและมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ มากขึ้น นอกจากนี้ การลดความรุนแรงของไมโอพีอายังช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพในระยะยาว เนื่องจากไม่ต้องใช้การรักษาเพิ่มเติมเช่น การผ่าตัดแก้ไขสายตาในอนาคต


แนวทางการเลือกผู้ให้บริการและการรับบริการ Be Free Day 🛒

  1. คลินิกหรือโรงพยาบาลที่ได้รับการรับรอง – ควรเลือกสถานพยาบาลที่มีออพทัลมอลิสต์หรือจักษุแพทย์ที่มีประสบการณ์ในการจัดการไมโอพีอา
  2. การให้คำปรึกษาแบบครบวงจร – ผู้ให้บริการควรมีการตรวจวัดสายตาอย่างละเอียด พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับการใช้เลนส์ การดูแลตา และการติดตามผล
  3. การสนับสนุนหลังการขาย – ควรมีบริการให้คำปรึกษาผ่านช่องทางออนไลน์หรือโทรศัพท์ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการใส่หรือการดูแลเลนส์

การเลือกผู้ให้บริการที่เชื่อถือได้จะช่วยให้การใช้ Be Free Day มีประสิทธิภาพสูงสุดและลดความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาต่าง ๆ


สรุปข้อดีของ Be Free Day สำหรับการจัดการไมโอพีอาในเด็กและวัยรุ่น

  • ชะลอการเจริญเติบโตของแกนตา อย่างมีหลักฐานทางคลินิก
  • ความสบายสูง ด้วยวัสดุที่ให้การระบายออกซิเจนดีเยี่ยม
  • ใช้งานง่าย ไม่ต้องใส่ขณะนอนหลับเหมือน Ortho‑K
  • ปลอดภัย มีอัตราการติดเชื้อต่ำและได้รับการรับรองจากหน่วยงานสุขภาพหลายแห่ง
  • ส่งเสริมคุณภาพชีวิต ของเด็กและครอบครัวโดยลดความจำเป็นในการพึ่งพาแว่นตาหรือการผ่าตัดในอนาคต

ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ Euclid Vision จึงเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมการดูแลสายตาในยุคดิจิทัลที่เด็กและวัยรุ่นต้องเผชิญ


คำถามที่พบบ่อย

  • ถาม: Be Free Day ใช้ได้กับเด็กอายุเท่าไหร่?
    ตอบ: สามารถใช้ได้กับเด็กและวัยรุ่นอายุ 6‑18 ปี หลังจากได้รับการตรวจวัดสายตาและขนาดตาโดยผู้เชี่ยวชาญ

  • ถาม: ต้องเปลี่ยนเลนส์บ่อยแค่ไหน?
    ตอบ: เลนส์ Be Free Day มีอายุการใช้งาน 1 เดือนต่อคู่ ควรเปลี่ยนเป็นคู่ใหม่ทุก 30 วันเพื่อรักษาความสะอาดและประสิทธิภาพ

  • ถาม: มีผลข้างเคียงหรืออาการระคายเคืองหรือไม่?
    ตอบ: ส่วนใหญ่ผู้ใช้รายงานว่ารู้สึกสบายตา แต่หากมีอาการแสบตา น้ำตาไหล หรืออาการระคายเคือง ควรหยุดใช้และปรึกษาออพทัลมอลิสต์ทันที

  • ถาม: Be Free Day มีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่?
    ตอบ: ค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับจำนวนคู่และคลินิกที่ให้บริการ โดยทั่วไปอยู่ในช่วงปานกลาง‑สูง แต่คุ้มค่ากับผลการชะลอไมโอพีอาที่ได้

  • ถาม: สามารถใช้ร่วมกับแว่นตาแบบพิเศษได้หรือไม่?
    ตอบ: ใช่ สามารถสลับใช้ระหว่างแว่นตาและเลนส์ Be Free Day ได้ตามความสะดวกของผู้ใช้และตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ


การดูแลสายตาในวัยเด็กเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน Euclid Vision กับเลนส์ Be Free Day จึงเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งด้านประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และความสะดวกสบายสำหรับครอบครัวไทยทุกคน.

ปิดโหมดสีเทา