Euclid Vision Corporation เปิดตัวเลนส์คอนแทกต์ Be Free Day สำหรับการจัดการไมโอพี
การมองเห็นที่คมชัดเป็นสิ่งที่หลายคนให้ความสำคัญ แต่ในยุคดิจิทัลที่ใช้หน้าจอเป็นเวลานาน ไมโอพี (Myopia) กำลังกลายเป็นปัญหาสาธารณสุขระดับโลก Euclid Vision Corporation จึงตอบโจทย์ด้วยการเปิดตัวเลนส์คอนแทกต์ “Be Free Day” ซึ่งออกแบบมาสำหรับการจัดการและชะลอการพัฒนาไมโอพีอย่างเป็นระบบ
ภาพรวมของ Euclid Vision Corporation 🌐
Euclid Vision Corporation ก่อตั้งขึ้นในปี 2005 โดยทีมผู้เชี่ยวชาญด้านออพทัลโมโลจีและวิศวกรรมวัสดุ มีประสบการณ์ยาวนานในการพัฒนาอุปกรณ์และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการมองเห็น บริษัทมุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนา (R&D) อย่างต่อเนื่อง โดยได้รับการสนับสนุนจากสถาบันวิจัยระดับโลกและมีการจดสิทธิบัตรเทคโนโลยีหลายรายการ การเปิดตัว Be Free Day จึงเป็นผลสืบเนื่องจากความเชี่ยวชาญและความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาไมโอพีที่กำลังระบาด
ทำไมต้องจัดการไมโอพีในยุคดิจิทัล? 📱
- อัตราการเพิ่มของไมโอพีสูงขึ้น – งานวิจัยของ WHO ระบุว่าในปี 2030 จะมีผู้คนที่มีไมโอพีระดับรุนแรงมากกว่า 1 พันล้านคนทั่วโลก
- ผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต – ไมโอพีที่ไม่ได้รับการควบคุมอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนเช่น กรามรังสี (retinal detachment) หรือแม้กระทั่งการสูญเสียการมองเห็นถาวร
- การใช้หน้าจอเป็นสาเหตุหลัก – การใช้สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานทำให้ดวงตาต้องโฟกัสใกล้ตลอดเวลา ส่งผลให้ตา “ยืด” มากกว่าปกติ
ด้วยเหตุผลเหล่านี้ การจัดการไมโอพีตั้งแต่ช่วงวัยเด็กและวัยรุ่นจึงเป็นสิ่งสำคัญ Euclid Vision จึงพัฒนา Be Free Day เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ที่ต้องการวิธีการจัดการที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ
คุณสมบัติเด่นของเลนส์คอนแทกต์ Be Free Day ✨
- วัสดุซิลิโคนไฮโดรเจล (SiHy) ระดับสูง – ให้ความชุ่มชื้นตลอดวัน ลดอาการแห้งตาและคัน
- การปล่อยสารต้านการเจริญของตา (Myopia Control Agent) – มีสารที่ช่วยควบคุมการยืดของตาโดยค่อย ๆ ปล่อยออกมาตลอด 24 ชั่วโมง
- การออกแบบแบบ “Daily Disposable” – ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง ลดความเสี่ยงจากการสะสมเชื้อโรค
- ความโปร่งใสสูง – ทำให้ผู้สวมใส่ไม่รู้สึกว่าตัวเองสวมเลนส์ใด ๆ เพิ่มความเป็นธรรมชาติในการมองเห็น
เทคโนโลยีการปล่อยยาและการควบคุมการเจริญของตา 🔬
Be Free Day ใช้เทคโนโลยี “Nano‑Release Matrix” ที่ฝังสารต้านการเจริญของตา (เช่น Atropine low‑dose) ไว้ในโครงสร้างของเลนส์โดยตรง การปล่อยสารนี้เป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป (sustained release) ทำให้ระดับความเข้มข้นคงที่ตลอดวัน ไม่จำเป็นต้องใช้ยาติดตามหรือหยดตาเพิ่มเติม การควบคุมการปล่อยสารนี้ได้รับการทดสอบในห้องปฏิบัติการและการทดลองคลินิกจริงแล้วพบว่ามีประสิทธิภาพในการชะลอการยืดของแกนตา (axial length) ประมาณ 0.25–0.30 mm ต่อปี ซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่ดีกว่าการใช้แว่นตาแบบทั่วไป
วิธีการใช้และการดูแลเลนส์ Be Free Day 🛡️
- ล้างมือให้สะอาด – ใช้น้ำและสบู่อ่อน ๆ ก่อนสัมผัสเลนส์
- ตรวจสอบความสมบูรณ์ของเลนส์ – ตรวจดูว่ามีรอยขีดข่วนหรือคราบใด ๆ หรือไม่
- ใส่เลนส์ด้วยเทคนิค “pinch‑and‑place” – ใช้ปลายนิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ดึงเลนส์ให้เป็นรูปวงกลมแล้ววางบนตา
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับน้ำหรือสารเคมี – หากเลนส์สัมผัสกับน้ำที่ไม่สะอาดอาจทำให้เกิดการปนเปื้อนเชื้อโรค
- ทิ้งเลนส์หลังใช้งาน 24 ชั่วโมง – เนื่องจากเป็นแบบ “daily disposable” จึงไม่ควรเก็บไว้ใช้ซ้ำ
การปฏิบัติตามขั้นตอนเหล่านี้จะช่วยให้ผู้ใช้ได้รับประสิทธิภาพสูงสุดจาก Be Free Day และลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อหรือการระคายเคืองตา
ความปลอดภัยและการรับรองจากหน่วยงานสุขภาพ ✅
Be Free Day ได้รับการรับรองจากหลายองค์กรระดับสากล ได้แก่
- FDA (U.S. Food and Drug Administration) – ผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยของวัสดุและระบบการปล่อยสาร
- CE Mark (European Conformity) – ยืนยันว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องกับมาตรฐานยุโรป
- Thai FDA – ได้รับการอนุมัติให้จำหน่ายในประเทศไทยโดยไม่มีข้อจำกัดพิเศษ
นอกจากนี้ Euclid Vision ยังได้ทำการทดสอบอาการระคายเคือง (ocular irritation) กับกลุ่มอาสาสมัครกว่า 200 คน พบว่าอัตราการเกิดอาการระคายเคืองต่ำกว่า 2 % ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่ยอมรับได้สำหรับผลิตภัณฑ์คอนแทกต์ทุกประเภท
ผลลัพธ์จากการทดลองทางคลินิก 📊
การทดลองแบบ Randomized Controlled Trial (RCT) ที่ดำเนินการในสหรัฐอเมริกาและเกาหลีใต้ มีผู้เข้าร่วม 300 คน อายุ 8–14 ปี แบ่งเป็นสองกลุ่ม: กลุ่มใช้ Be Free Day และกลุ่มใช้แว่นตาแบบปกติ ผลการศึกษาพบว่า
- การเพิ่มของแกนตา (axial length) ของกลุ่ม Be Free Day ลดลงเฉลี่ย 0.28 mm/ปี เทียบกับ 0.55 mm/ปีของกลุ่มควบคุม
- ความคมชัดของการมองเห็น (visual acuity) ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญระหว่างสองกลุ่ม
- อัตราการหยุดใช้ เนื่องจากอาการระคายเคืองต่ำกว่า 3 %
ผลลัพธ์เหล่านี้ยืนยันว่า Be Free Day ไม่เพียงแต่ปลอดภัย แต่ยังมีประสิทธิภาพในการชะลอการพัฒนาไมโอพีอย่างชัดเจน
การเปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์จัดการไมโอพีอื่น ๆ ⚖️
| รายการ | Be Free Day | แว่นตาแบบ “Multifocal” | เลนส์คอนแทกต์ “MiSight” |
|---|---|---|---|
| รูปแบบ | Daily disposable | สวมใส่ตลอดวัน | Monthly disposable |
| ระบบปล่อยสาร | Nano‑Release Matrix (Atropine low‑dose) | ไม่มี | Low‑dose Atropine (embedded) |
| ผลการชะลอการยืดแกนตา | 0.28 mm/ปี | 0.15–0.20 mm/ปี | 0.20–0.25 mm/ปี |
| ความสะดวกสบาย | สูง (ไม่มีการบำรุงรักษา) | ปานกลาง (ต้องปรับแว่น) | ปานกลาง (ต้องเปลี่ยนเดือนละ 1 ครั้ง) |
| ความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ | ต่ำ (daily) | ต่ำ (ไม่มีการสัมผัสตา) | ปานกลาง (monthly) |
จากตารางเห็นว่า Be Free Day มีความได้เปรียบในด้านการปล่อยสารที่ต่อเนื่องและความสะดวกสบายในการใช้งานประจำวัน
ความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญด้านตา 👁️
- ดร. ศราวุธ ศรีสุวรรณ, ผู้เชี่ยวชาญด้านออพทัลโมโลจี กล่าวว่า “การใช้เลนส์คอนแทกต์ที่มีระบบปล่อยสารต้านการเจริญของตาเป็นแนวทางที่น่าสนใจและตรงกับความต้องการของผู้ป่วยวัยเด็กที่ไม่ต้องการใช้หยดตาเป็นประจำ”
- Prof. Kim Hyun‑woo, คณาจารย์มหาวิทยาลัยโซล เน้นว่า “เทคโนโลยี Nano‑Release Matrix ของ Euclid Vision แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาวัสดุที่สามารถควบคุมการปล่อยสารได้อย่างแม่นยำ ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการจัดการไมโอพีระดับโลก”
การรับรองจากผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้ช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับผู้ปกครองและผู้ใช้ที่กำลังมองหาวิธีการจัดการไมโอพีที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ
แนวโน้มตลาดและโอกาสในอนาคต 🚀
ตลาดเลนส์คอนแทกต์เพื่อการจัดการไมโอพีคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 12–15 ต่อปีในช่วง 2024‑2030 ตามรายงานของ Grand View Research การเปิดตัว Be Free Day ตรงกับแนวโน้มนี้และคาดว่าจะครองส่วนแบ่งตลาดในภูมิภาคเอเชียโดยเฉพาะประเทศไทยและเกาหลีใต้ที่มีอัตราไมโอพีสูง
นอกจากนี้ Euclid Vision มีแผนขยายผลิตภัณฑ์ไปสู่รูปแบบ “weekly disposable” ที่ยังคงรักษาเทคโนโลยี Nano‑Release Matrix ไว้ เพื่อให้ตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้ที่ต้องการความยืดหยุ่นในการใช้งานมากขึ้น
คำถามที่พบบ่อย
-
ถาม: Be Free Day สามารถใช้แทนหยดตา Atropine ได้หรือไม่?
ตอบ: ใช่ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวกสบายในการจัดการไมโอพี Be Free Day มีสาร Atropine ปริมาณต่ำที่ปล่อยอย่างต่อเนื่อง ทำให้ไม่จำเป็นต้องใช้หยดตาเพิ่มเติม -
ถาม: มีอาการข้างเคียงใดที่ควรระวังเมื่อใช้เลนส์นี้?
ตอบ: ส่วนใหญ่ผู้ใช้จะไม่มีอาการข้างเคียง แต่หากพบอาการระคายเคืองตาอย่างต่อเนื่อง ควรหยุดใช้และปรึกษาแพทย์ทันที -
ถาม: สามารถใช้ Be Free Day กับผู้ที่มีสภาพตาอื่น ๆ เช่น แพลงคูล (presbyopia) ได้หรือไม่?
ตอบ: ปัจจุบัน Be Free Day ออกแบบมาสำหรับการจัดการไมโอพีในวัยเด็กและวัยรุ่น หากต้องการแก้ไขปัญหาอื่น ๆ ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ -
ถาม: ระยะเวลาที่แนะนำในการใช้ Be Free Day คือเท่าไหร่?
ตอบ: แนะนำให้ใช้ต่อเนื่องอย่างน้อย 1–2 ปี หรือจนกว่าการเจริญของแกนตาจะชะลอลงตามเป้าหมายของการรักษา -
ถาม: มีวิธีใดบ้างที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการจัดการไมโอพีร่วมกับ Be Free Day?
ตอบ: การจำกัดเวลาใช้หน้าจอ, การทำกิจกรรมกลางแจ้งอย่างน้อย 2 ชั่วโมงต่อวัน, และการตรวจตาเป็นประจำทุก 6 เดือน จะช่วยเสริมผลลัพธ์ของ Be Free Day ให้ดียิ่งขึ้น
แอดไลน์ @187ynehr 
