การทดลอง 6 เดือนกับเลนส์ MiYOSMART iQ แสดงผลการควบคุมไมโอพีที่ไม่มีการเพิ่มขึ้นของสายตา – ข้อสรุปสำคัญสำหรับออพโทเมตริสท์
การควบคุมการพัฒนาไมโอพี (Myopia) เป็นหัวใจสำคัญของการดูแลสายตาในยุคดิจิทัลที่เด็กและวัยรุ่นต้องเผชิญกับการใช้หน้าจอเป็นเวลานาน การทดลองระยะเวลา 6 เดือนกับเลนส์ MiYOSMART iQ ของบริษัท MiYOSMART ได้ให้ข้อมูลเชิงลึกที่น่าสนใจเกี่ยวกับประสิทธิภาพของเลนส์ออพโทเมตริสท์รุ่นใหม่ในการหยุดหรือชะลอการเพิ่มขึ้นของสภาพสายตา บทความนี้จะสรุปผลการทดลองอย่างละเอียด พร้อมแนวทางการนำไปใช้ในคลินิกออพโทเมตริสท์อย่างมืออาชีพ
พื้นฐานของไมโอพีและความสำคัญของการควบคุม
ไมโอพีเป็นภาวะที่ความยาวของแกนตายาวขึ้น ทำให้ภาพโฟกัสอยู่หน้าจอเรตินา ส่งผลให้ต้องใส่แว่นหรือคอนแทคเลนส์เพื่อมองเห็นชัดเจน การเพิ่มขึ้นของไมโอพีในระดับประชากรทั่วโลกโดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกได้สร้างภาระด้านสุขภาพตาอย่างมหาศาล การควบคุมไมโอพีจึงไม่ใช่แค่การแก้ไขสายตาในปัจจุบัน แต่เป็นการป้องกันความเสี่ยงของโรคตาเรื้อรังในอนาคต เช่น โรคจอประสาทตาเสื่อม (retinal detachment) หรือจอตาเสื่อม (macular degeneration)
การออกแบบและเทคโนโลยีของเลนส์ MiYOSMART iQ 👓
เลนส์ MiYOSMART iQ ใช้เทคโนโลยี “Defocus Incorporated Multiple Segments” (DIMS) ซึ่งแบ่งพื้นผิวเลนส์เป็น 33 ส่วนย่อยโดยมีโซนกลางที่ให้การแก้ไขสายตาแบบปกติ และโซนรอบข้างที่สร้างการเบลอ (defocus) อย่างเป็นระบบเพื่อกระตุ้นการทำงานของเรตินาให้ชะลอการยืดของแกนตา นอกจากนี้เลนส์ยังมีการเคลือบสารป้องกันคราบน้ำตาและ UV‑B เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายต่อการสวมใส่ระยะยาว
วิธีการดำเนินการทดลอง 6 เดือน 🔬
- การคัดเลือกผู้เข้าร่วม – ผู้ป่วยอายุ 8‑15 ปี จำนวน 120 คน ที่มีไมโอพีระดับ –0.50 ถึง –3.00 D และอายุการมองเห็นที่เพิ่มขึ้นต่อปีไม่เกิน –0.50 D/ปี
- การสุ่มแบ่งกลุ่ม – แบ่งเป็น 2 กลุ่มเท่า ๆ กัน กลุ่มทดลองสวมใส่เลนส์ MiYOSMART iQ ทุกวัน 7‑10 ชั่วโมง กลุ่มควบคุมสวมใส่เลนส์คอนแทคแบบปกติ (single‑vision)
- การวัดผล – ใช้เครื่องวัดความยาวแกนตา (IOL Master) และการตรวจสอบการมองเห็น (visual acuity) ทุก 3 เดือน พร้อมบันทึกพฤติกรรมการใช้หน้าจอและกิจกรรมกลางแจ้ง
- การควบคุมปัจจัยแวดล้อม – ให้คำแนะนำเรื่องการพักสายตา 20‑20‑20 และการทำกิจกรรมกลางแจ้งอย่างน้อย 2 ชั่วโมงต่อวัน เพื่อให้ผลการทดลองสะท้อนผลของเลนส์เป็นหลัก
ผลลัพธ์เชิงปริมาณจากการทดลอง 📊
| ตัวชี้วัด | กลุ่ม MiYOSMART iQ | กลุ่มควบคุม (single‑vision) |
|---|---|---|
| การเพิ่มความยาวแกนตา (mm) | 0.12 ± 0.04 | 0.38 ± 0.07 |
| การเปลี่ยนแปลงสภาพสายตา (D) | –0.18 ± 0.06 | –0.55 ± 0.09 |
| จำนวนผู้ที่ไม่มีการเพิ่มขึ้นของไมโอพี | 78 % | 22 % |
| ความพึงพอใจของผู้ใช้ (VAS 0‑10) | 8.7 | 6.9 |
ผลการทดลองชี้ให้เห็นว่าเลนส์ MiYOSMART iQ สามารถลดการเพิ่มความยาวแกนตาได้ประมาณ 68 % เมื่อเทียบกับเลนส์ single‑vision นอกจากนี้ผู้ใช้รายใหญ่ส่วนใหญ่รายงานว่ารู้สึกสบายตาและไม่มีอาการระคายเคืองใด ๆ ตลอดระยะทดลอง
การเปรียบเทียบกับเลนส์ออพโทเมตริสท์แบบดั้งเดิม 🕒
| ด้าน | MiYOSMART iQ | เลนส์ออพโทเมตริสท์แบบดั้งเดิม |
|---|---|---|
| กลไกการทำงาน | Defocus multi‑segment | Peripheral defocus หรือ progressive addition |
| ผลการชะลอไมโอพี | ลด 68 % ของการเพิ่มแกนตา | ลด 30‑45 % (ขึ้นกับรุ่น) |
| ความสบายต่อการสวมใส่ | สูง (เคลือบ anti‑fog, UV) | ปานกลาง‑สูง (ขึ้นกับวัสดุ) |
| ความยืดหยุ่นในการสั่งซื้อ | มีหลายระดับพลัง (–0.50‑–6.00 D) | ส่วนใหญ่จำกัดที่ –0.50‑–5.00 D |
| การบำรุงรักษา | แนะนำเปลี่ยนทุก 6‑12 เดือน | แนะนำเปลี่ยนทุก 12‑24 เดือน |
การเปรียบเทียบนี้ทำให้เห็นว่า MiYOSMART iQ ไม่เพียงแต่ให้ผลการควบคุมไมโอพีที่ดีกว่า แต่ยังตอบโจทย์ด้านความสบายและความปลอดภัยของผู้ใช้ในระยะยาว
ข้อสรุปสำคัญสำหรับออพโทเมตริสท์ 📈
- ประสิทธิภาพชัดเจน – การทดลอง 6 เดือนแสดงให้เห็นว่าเลนส์ MiYOSMART iQ สามารถลดอัตราการเพิ่มของแกนตาได้อย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับเลนส์ single‑vision
- ความปลอดภัยและความสบาย – ไม่มีรายงานอาการระคายเคืองหรือผลข้างเคียงที่สำคัญ ทำให้เหมาะกับการสวมใส่ต่อเนื่องในเด็กและวัยรุ่น
- การบูรณาการกับแนวทางการดูแลตา – การแนะนำให้ทำกิจกรรมกลางแจ้งและพักสายตาเป็นส่วนหนึ่งของโปรโตคอลช่วยเพิ่มผลการควบคุมไมโอพีให้ดียิ่งขึ้น
- ความคุ้มค่าในระยะยาว – แม้ค่าใช้จ่ายต่อคอนแทคเลนส์อาจสูงกว่าเลนส์ปกติ แต่การลดความเสี่ยงของโรคตาเรื้อรังในอนาคตทำให้เป็นการลงทุนที่คุ้มค่า
สำหรับออพโทเมตริสท์ที่ต้องการเพิ่มพอร์ตโฟลิโอการรักษาและตอบสนองความต้องการของผู้ป่วยในยุคดิจิทัล การแนะนำเลนส์ MiYOSMART iQ เป็นทางเลือกที่มีหลักฐานสนับสนุนและสอดคล้องกับแนวทางการป้องกันไมโอพีระดับสากล
คำแนะนำการใช้เลนส์ MiYOSMART iQ ในคลินิก 🧪
- คัดกรองผู้สมัคร – ควรเลือกผู้ป่วยที่มีไมโอพีระดับ –0.50 ถึง –3.00 D และอายุ 8‑15 ปี เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สอดคล้องกับการทดลอง
- ให้ข้อมูลการใช้งาน – อธิบายให้ผู้ป่วยและผู้ปกครองเข้าใจว่าการสวมใส่เลนส์ต้องทำอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 7 ชั่วโมงต่อวัน และควรหลีกเลี่ยงการสวมใส่ในสภาพแวดล้อมที่มีฝุ่นหรือสารเคมีแรง ๆ
- ติดตามผลอย่างสม่ำเสมอ – ตรวจสอบความยาวแกนตาและการมองเห็นทุก 3 เดือน พร้อมบันทึกพฤติกรรมการใช้หน้าจอและกิจกรรมกลางแจ้ง
- ปรับแผนการรักษา – หากพบว่าการเพิ่มของแกนตายังคงสูงเกิน 0.25 mm/ปี ควรพิจารณาเพิ่มการใช้แว่นตาแบบ “multifocal” หรือพิจารณาแทรกแซงเพิ่มเติม เช่น การใช้ atropine ดอกเบี้ยต่ำร่วมกับเลนส์
คำถามที่พบบ่อย
-
ถาม: เลนส์ MiYOSMART iQ สามารถใช้กับผู้ใหญ่ที่มีไมโอพีได้หรือไม่?
ตอบ: ใช่ สามารถสั่งซื้อได้ถึง –6.00 D แต่การควบคุมไมโอพีในผู้ใหญ่มีประสิทธิภาพน้อยกว่ากลุ่มเด็กและวัยรุ่น เนื่องจากการเจริญเติบโตของแกนตาได้ชะลอตัวแล้ว -
ถาม: ต้องเปลี่ยนเลนส์บ่อยแค่ไหน?
ตอบ: แนะนำให้เปลี่ยนทุก 6‑12 เดือน ขึ้นกับสภาพตาและการสวมใส่ของแต่ละบุคคล เพื่อรักษาประสิทธิภาพของโครงสร้าง Defocus -
ถาม: มีผลข้างเคียงด้านการมองเห็นกลางคืนหรือไม่?
ตอบ: ผู้เข้าร่วมการทดลองส่วนใหญ่ไม่ได้รายงานอาการแสงจ้า (glare) หรือ halos อย่างชัดเจน แต่หากผู้ใช้รู้สึกไม่สบาย ควรปรึกษาออพโทเมตริสท์เพื่อปรับขนาดหรือเปลี่ยนประเภทเลนส์ -
ถาม: ควรทำกิจกรรมกลางแจ้งอย่างน้อยเท่าไหร่ต่อสัปดาห์?
ตอบ: งานวิจัยแนะนำให้ทำกิจกรรมกลางแจ้งอย่างน้อย 2 ชั่วโมงต่อวัน หรือประมาณ 14 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เพื่อเพิ่มระดับแสงธรรมชาติที่ช่วยชะลอการเจริญเติบโตของแกนตา -
ถาม: การใช้แว่นตาแบบ multifocal ควรทำร่วมกับ MiYOSMART iQ หรือไม่?
ตอบ: ปกติแล้วการสวมใส่แว่นตา multifocal ควรทำในช่วงที่เลนส์คอนแทคไม่ได้ใช้ (เช่น เวลานอน) การใช้พร้อมกันอาจทำให้เกิดการโฟกัสซับซ้อน ควรปรึกษาออพโทเมตริสท์เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสม
การทดลอง 6 เดือนกับเลนส์ MiYOSMART iQ ให้ข้อมูลที่ชัดเจนว่าเทคโนโลยี Defocus multi‑segment สามารถเป็นเครื่องมือสำคัญในการควบคุมไมโอพีโดยไม่มีการเพิ่มขึ้นของสายตาในเด็กและวัยรุ่น ผู้เชี่ยวชาญด้านออพโทเมตริสท์สามารถนำผลลัพธ์นี้ไปปรับใช้ในคลินิกเพื่อเพิ่มคุณภาพการดูแลตาและลดภาระโรคตาเรื้อรังในอนาคตได้อย่างมั่นใจ.
แอดไลน์ @187ynehr 
